บทความ


เคล็ดลับความห่วงใย สลายไขมันแผ่นหลัง

เคล็ดลับความห่วงใย สลายไขมันแผ่นหลัง

การสลาย “ไขมันแผ่นหลัง” ถือเป็นเรื่องยากของคนที่กำลังมีไขมันส่วนเกินและเป็นอีกหนึ่งส่วนของอวัยวะที่คุณกังวลมากที่สุด ทั้งนี้เพราะมันอยู่ในจุดที่คุณมองไม่เห็น แต่พอคนข้างหลังมองมามันจะทำให้คุณดูไม่ดีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่คุณใส่ชุดวาบหวิวหรือชุดว่ายน้ำ การมีไขมันเป็นห่วงยางบริเวณนี้ทำให้คุณดูอ้วนและไม่สวยเอาเสียเลย

 

     ถึงเวลาแล้วหรือยัง ? ที่คุณจะเป็นคนใหม่สวยขึ้นหุ่นดีขึ้นกว่าเดิม เรื่องนี้ไม่ยากขอเพียงแค่คุณเริ่มต้นออกกำลังกายให้ถูกวิธี ใครอยากมีหุ่นที่เซ็กซี่มองมุมไหนก็สวย และดูฟิตแอนด์เฟิร์มสุขภาพดี ต้องรีบหันมาบริหารร่างกายด้วยวิธีการเหล่านี้ แล้วคุณจะไม่ประหลาดใจในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

1. คาร์ดิโออย่างหนัก

     ถ้าคิดจะสลายไขมันรอบเอวส่วนนี้ คุณจำเป็นต้องเหนื่อยกว่าเดิมออกกำลังกายให้หนักขึ้นกว่าเดิมจึงจะเห็นผลของการออกกำลังกายได้อย่างชัดเจน โดยหากคุณต้องการลดไขมันส่วนนี้เราแนะนำให้เพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอขึ้นเป็นครั้งละ 1 ชั่วโมง และทำเช่นนี้ต่อเนื่องกัน 5 ครั้งต่อสัปดาห์

 

     การที่คุณออกกำลังกายหนักขึ้นเช่นนี้ จะทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นและแน่นอนว่าไขมันส่วนนี้รวมถึงส่วนอื่นๆ ในร่างกายก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเอง แบบที่คุณต้องการเลยล่ะ ไม่เชื่อต้องลองดู!

 

2. ฝึกโยคะ (Yoga)

     หลังจากที่ออกแรงกับคาร์ดิโอไปแล้ว เท่านี้มันยังไม่พอที่จะทำให้คุณผอมหรอกค่ะ ต้องเสริมด้วยการเล่นโยคะ (Yoga) เพื่อกำจัดไขมันเฉพาะส่วนด้วย การเล่นโยคะช่วยลดไขมันได้เหมือนกัน โดยแนะนำให้เล่นโยคะสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งก็พอ แต่ท่าที่เลือกเล่นต้องโดนจุดไม่งั้นก็จะไม่ได้อะไร โดยท่าโยคะที่เหมาะแก่การลดไขมันที่กล้ามเนื้อหลัง จะต้องเน้นการสร้างความแข็งแรงของหลังไปพร้อมๆ กันกับการสลายไขมัน

 

3. เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

     นอกจากการออกกำลังกายเพื่อสลายไขมันแล้ว สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เลือกอาหารที่มีไขมันน้อย หรือหากจำเป็นต้องรับไขมันก็ควรเป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  การควบคุมปริมาณไขมันที่ร่างกายรับเข้าไปในแต่ละวัน จะช่วยทำให้ไขมันที่แผ่นหลังไม่เพิ่มขึ้นและลดลงตามลำดับ

 

4. ใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัว

     อีกเรื่องหนึ่งที่คนหลายคนมองข้ามไปและคิดว่าไม่มีความสำคัญก็คือ เรื่องของเสื้อผ้าที่เลือกใส่ ทั้งนี้คุณควรรู้ว่าการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไปจะยิ่งทำให้จุดบกพร่องของคุณเด่นชัด ทำให้ไขมันและกล้ามเนื้อบริเวณหลังนูนขึ้นมาเป็นก้อน

 

     จะเห็นได้ว่าการลดไขมันเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปทั้งการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังกายก็ต้องมีทั้งหนักและเบาเพื่อให้เกิดความสมดุล การที่สามารถควบคุมทั้งสองสิ่งได้เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับไขมันอีกต่อไป แถมยังมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นด้วยได้ประโยชน์สองต่อเลยค่ะ

 

     หากอยากออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักอย่างเห็นผล FIT24 ให้บริการฟิตเนสชั้นนำที่มีคุณภาพสำหรับทุกคนในทุกๆ วัน คุณสามารถขอรับคำปรึกษาจากเทรนเนอร์ประจำฟิตเนสที่พร้อมให้บริการด้วยความเป็นมิตรและความจริงใจ ให้ “FIT24” เป็นคู่มือให้คุณ ตลอด 24 ชม. ติดตามข่าวสาร บทความดีๆ เทคนิคต่างๆ ที่นี่เลย นะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  Kanokthip

วิธีบังคับตัวเองให้ออกกำลังกาย

วิธีบังคับตัวเองให้ออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย แม้จะดีต่อสุขภาพและร่างกาย แต่คนมากมายกลับมีข้ออ้างสารพัดที่จะไม่ยอมออกกำลังกายกัน หากวันนี้คุณอยากเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง มาดูวิธีบังคับตัวเองให้ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีกันดีกว่า

 

1. ชวนคนรู้จัก หรือ คนรู้ใจ ไปออกกำลังกายด้วยกัน

     ถ้าออกกำลังกายคนเดียวแล้วมันรู้สึกเหงา ลองหาใครสักคนไปออกกำลังกายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน แฟน หรือคนในครอบครัว จะทำให้การออกกำลังของคุณสนุกขึ้น และมีแรงจูงใจในการไปออกกำลังกายอย่างแน่นอน

 

2. เลิกเถอะ! พวกสารพัดข้ออ้าง

     ไม่มีเวลา ข้ออ้างยอดฮิตของคนไม่อยากออกกำลังกาย รวมไปถึงข้ออ้างสารพัดไม่ว่าจะเป็น เหนื่อยจากการทำงาน หมดแรง ไม่รู้วิธีออกกำลังกาย ประจำเดือนมาเลยไม่อยากขยับตัว ข้ออ้างเหล่านี้ต้องตัดทิ้งให้หมด ตัดออกให้ได้ เปลี่ยนมาเป็นคำให้กำลังใจตัวเองว่า ฉันจะสวย จะผอม จะหุ่นดี จะฟิต ท่องคำเหล่านี้ให้ขึ้นใจแทนหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง แล้วคุณจะสามารถไปออกกำลังกายได้โดยปราศจากข้ออ้างมากวนใจอีกต่อไป

 

3. มัดมือชก สมัครคอร์ส หรือ สมัครสมาชิก ไปเลย

     บางคนต่อให้มีเครื่องออกกำลังกายที่บ้านก็ยังขี้เกียจออกกำลังกายอยู่ดี หรือต่อให้มีท่าออกกำลังกายที่สามารถทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ ก็ยังไม่ยอมทำอยู่ดี เพราะฉะนั้นการไปสมัครคอร์สออกกำลังกาย หรือ สมาชิกฟิตเนส ( Fitness ) จะช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายมากขึ้น เพราะต้องเกิดความเสียใจเงินกันบ้างแหละ ไม่ก็อาจจะชอบบรรยากาศดีๆ ของฟิตเนส ( Fitness ) จนทำให้อยากออกกำลังกายยิ่งขึ้น

 

4. จัดตารางการออกกำลังกาย

     ควรมีตารางการออกกำลังกาย เพื่อให้การออกกำลังกายได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่ต้องทำเป็นประจำ จะทำให้คุณมีวินัย ร่างกายแข็งแรง และมีหุ่นดีแบบที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงก็ได้

 

5. หาแรงจูงใจในการออกกำลังกาย

     หากสุดท้ายแล้วคุณยังไม่สามารถที่จะขุดตัวเองออกไปออกกำลังกายได้ คุณควรหาแรงจูงใจดีๆ เช่น หนุ่มหล่อหรือสาวสวยในฟิตเนสที่เห็นแล้วมีกำลังใจอยากจะไปฟิตเนส อยากมีหุ่นดีแบบเขา รวมไปถึงดารา ไอดอลที่หุ่นดีที่สามารถเป็นแรงจูงใจและกำลังใจในการออกกำลังกายของคุณได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณอยากออกกำลังกายเป็นประจำได้ หรือจะเป็นงานวิ่งมาราธอนที่จะมอบเหรียญสวยๆ ให้กับคนที่เข้าเส้นชัยหรือคนที่มีส่วนร่วม หากคุณเป็นคนชอบสะสมสิ่งของอันนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยทีเดียว

 

     สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ก็บังคับคุณไม่ได้ หาก “ใจ” ของคุณเองไม่สู้ ดังนั้นถ้า “อยาก” มีหุ่นดี แค่ “ตั้งใจ” คุณก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน หากสนใจ ฟิตเนส ( Fitness ) ที่มีเครื่องเล่นครบครัน ขอแนะนำ FIT24 ฟิตเนส 24 ชม. ที่พร้อมจะเปิดต้อนรับคุณให้ได้มาออกกำลังกายกันได้ทั้งวัน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้น่าเบื่อ

ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้น่าเบื่อ

ปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกายกันมากขึ้น ซึ่ง ฟิตเนส (Fitness) เป็นสิ่งที่คนให้ความสนใจมากขึ้น เพราะมีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่หลากหลาย วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ มาสร้างแรงบันดาลใจให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่ออีกต่อไป มาฝากกันค่ะ

 

1. เลือกชุดออกกำลังกายให้ดูดี

     การเลือกชุดออกกำลังกายที่เหมาะสมจะช่วยให้รู้สึกสนุก ทำให้รู้สึกดีกับตัวเอง และเพิ่มความมั่นใจในการออกกำลังกายยิ่งขึ้น แถมยังช่วยให้เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว ระบายอากาศได้ดีอีกทั้งยังกระชับสัดส่วนได้ด้วย และเนื่องด้วยปัจจุบันเทรนด์ออกกำลังกายมาแรง ทำให้เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในการออกกำลังกายนั้นมีหลากหลายแบบ หลายสไตล์

 

2. สเปรย์คลายกล้ามเนื้อ

     สำหรับคนที่กำลังกายควรมีตัวช่วยดี ๆ อย่าง สเปรย์คลายกล้ามเนื้อ สักหนึ่งขวด เพื่อช่วยลดอาการเหนื่อยล้าระหว่างการออกกำลังกาย ลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและการช้ำได้ดี ช่วยป้องกันตะคริว ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น แถมยังช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายให้ฟื้นตัวไวขึ้น ทำให้ร่างกายพร้อมที่จะออกกำลังกายในวันต่อไป  

 

3. การวอร์มร่างกายก่อนและหลังออกกำลังกาย

     การออกกำลังกายในทุก ๆ ครั้ง ควรมีการอบอุ่นร่างกาย (Warm Up) การยืดกล้ามเนื้อ (Stretching) ก่อนทุกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อนที่จะออกกำลังกาย พร้อมทั้งการคูลดาวน์ (Cool Down) หลังการออกกำลังกาย แต่หลายคนกลับละเลย มุ่งเป้าไปที่การออกกำลังกายอย่างเดียว เหตุผลที่ควรอบอุ่นร่างกายก่อนนั้น เพราะว่า การอบอุ่นร่างกาย การยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย และการคูลดาวน์หลังการออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้นั่นเอง พอไม่เจ็บก็จะออกกำลังกายได้เพลิดเพลินมากขึ้น

 

4. ฟังเพลงไปพร้อมกับการออกกำลังกาย

     การฟังเพลงเหมาะสมกับการออกกำลังกาย เพราะช่วยกระตุ้นสมองและร่างกายให้การออกกำลังกายได้ดีขึ้น ได้นานขึ้น สร้างความเพลิดเพลินในการออกกำลังกาย ทำให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

 

5. การเลือกรับประทานอาหาร

     สำหรับคนที่ออกกำลังกาย มักจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สิ่งที่คนหันมาให้ความสนใจคือ “เวย์โปรตีน” ซึ่งมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะแบบผงที่ต้องชงดื่ม หรือจะเป็นแบบสำเร็จรูปอย่าง “ไฮเวย์ นมเวย์โปรตีน” (HighWay Whey Protein) ที่มีโปรตีนคุณภาพสูง ร่างกายสามารถดูดซึมไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว และช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปในขณะออกกำลังกายได้ดี

 

     เมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มสนุกกับการออกกำลังกาย จะทำให้คุณอยากออกกำลังกายมากขึ้น และการที่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีขึ้น และมีหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มแน่นอน สนใจอยากออกกำลังกายนึกถึง FIT24 ฟิตเนตครบวงจรเปิดตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก bodykey

ให้ร่างกายได้พักฟื้นหลังออกกำลังกาย

ให้ร่างกายได้พักฟื้นหลังออกกำลังกาย

นอกจากการออกกำลังกายด้วยความสม่ำเสมอแล้ว การมีช่วงเวลาให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้างก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการพัฒนาของกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นหลังจากการที่ร่างกายออกกำลังกายมาแล้วได้รับการพักผ่อนหรือพักฟื้นนั่นเอง โหมเล่นหนักแต่ไม่พักฟื้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นมาลองดู 6 วิธีพักฟื้น เพื่อให้การออกกำลังกายของคุณได้ผลมากขึ้นกันค่ะ 

 

1. จัดตารางการพักฟื้น

     การพักฟื้นก็ต้องมีการจัดตารางที่ได้รับการวางแผนมาอย่างดี ไม่ต่างจากตารางการออกกำลังกาย เพราะพลังงานของเราถูกดึงไปใช้ กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ จึงต้องการการพักฟื้นมาก ในทุก ๆ 3-5 สัปดาห์ ให้แทรกด้วยสัปดาห์ผ่อนการออกแรงหนึ่งครั้ง โดยลดการออกกำลังลงจากเดิมครึ่งหนึ่ง ทั้งในเรื่องของจำนวนเซตที่ออกกำลัง และน้ำหนักของเวทที่ยก ปล่อยร่างกายให้สบายๆ จะได้รู้สึกสดชื่น และชาร์จพลังงานกลับมาให้เต็มที่ดังเดิม

 

2. มีเวลาพักยกระหว่างการออกกำลังกาย

     หลังการออกกำลังกายกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างหนัก ควรมีช่วงเว้นให้กล้ามเนื้อได้พักฟื้นเป็นเวลา 24-72 ชั่วโมง ส่วนการออกกำลังแบบเบา ๆ ไม่เน้นหนัก ช่วงระยะการพักฟื้นก็สามารถกระชับขึ้นได้

     การออกกำลังกายอย่างหนักแล้วกลับไปออกกำลังกายซ้ำจะทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเจ็บหนักจนถึงขั้นต้องเข้าทำกายภาพบำบัดได้เลย

 

3. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

     การพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อความอึดในการออกกำลังกาย อารมณ์แปรปรวนง่าย ทำให้รู้สึกเหนื่อยไว ดังนั้น พยายามนอนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน โดยเข้านอนในเวลาเดิมทุกๆ วัน เพื่อให้ร่างกายรู้สึกคุ้นเคย หากคุณเน้นออกกำลังกาย แต่ไม่ได้จัดสรรเวลาพักผ่อนที่มีคุณภาพให้เพียงพอ ก็ไม่อาจมีกล้ามเนื้อที่สวยและแข็งแรงได้ แถมยังทำให้รู้สึกไม่พร้อมที่จะออกกำลังกายในวันต่อไปด้วย

 

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอเท่าที่ร่างกายต้องการ

     การออกกำลังกับกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ร่างกายยิ่งต้องการน้ำมากขึ้น ผู้ที่ออกกำลังกายจึงต้องใส่ใจความต้องการน้ำของร่างกายด้วย โดยผู้ชายต้องการน้ำเฉลี่ยวันละ 3.7 ลิตร และ 2.7 ลิตร ในผู้หญิง ขอแนะนำให้คุณดื่มน้ำให้ได้ปริมาณตามที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันโดยไม่มีข้อยกเว้น และควรจิบระหว่างการออกกำลังกายเพื่อชดเชยการเสียเหงื่อด้วย

 

5. ชดเชยด้วยสารอาหาร

     ระยะการพักฟื้นกล้ามเนื้อคือ ช่วงที่ร่างกายต้องการสารอาหารมากที่สุด เพื่อที่จะไปซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ โดยมีโปรตีนเป็นสารอาหารที่จะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ รวมทั้งเป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างเอนไซม์และฮอร์โมนด้วย

     ความต้องการโปรตีนในแต่ละวันของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละสัปดาห์คุณออกกำลังกายหนักแค่ไหน โดยปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการจะอยู่ในช่วงระหว่าง 1-1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม หากสนใจสินค้าเพื่อสุขภาพทางเลือกใหม่สำหรับคนชอบออกกำลังกายและรักสุขภาพ ที่นี่เลย Kleen Shops

 

6. ฟื้นฟูด้วยการนวด

     การนวดก็จะช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี และยังให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพียงแค่นวดเบาๆ ก็สามารถลดความหดตึงของกล้ามเนื้อและพังผืดได้ดีทีเดียว แม้การนวดจะไม่ได้ช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้ไวขึ้น แต่ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเนื้อตัวมากกว่าเดิม

 

     หวังว่าผู้ที่รักการออกกำลังกายทั้งหลาย คงเห็นความสำคัญของการพักฟื้นหลังออกกำลังกันมากขึ้น อย่าเอาแต่โหมออกกำลังกายจนลืมพักฟื้นกันนะคะ

วิธีสร้างกล้ามเนื้อให้ฟิตเปรี๊ยะ

วิธีสร้างกล้ามเนื้อให้ฟิตเปรี๊ยะ

หลายคนที่ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ แต่อาจจะรู้สึกว่ากล้ามไม่ใหญ่ตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะลองทำวิธีไหนก็ไม่ได้ผล วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่สามารถเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ มาฝากกันค่ะ

 

- เน้นท่าบริหารร่างกายที่ออกแรงเยอะ

     แน่นอนว่าหากฝึกด้วยท่าที่ต้องใช้พลังงานเยอะ ย่อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรออกกำลังด้วยท่า Compound Lift เพราะเป็นท่าบริหารที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เช่น Squat, Deadlift, Bench Press, Military Press, Row และ Pull up ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแข็งแรงเท่านั้น ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้ออีกด้วย

 

- เพิ่มจำนวนเซต ไม่ต้องเพิ่มจำนวนครั้ง

     การเพิ่มจำนวนการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ถึงเป้าหมายโดยเร็ว ซึ่งควรเพิ่มจำนวนเซตให้มากเข้าไว้ พร้อมกับลดจำนวนครั้งด้วย เพราะจำนวนเซตที่มากขึ้นจะทำให้คุณใช้พลังงานมากกว่าการเพิ่มจำนวนครั้ง อีกทั้งช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ตื่นตัวและเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้กับกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี

 

- เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย

     เพิ่มน้ำหนักใส่เวททุกครั้งที่ยก บวกกับกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยเสริมพลังงานให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

 

- กินอาหารที่มีจำนวนแคลอรีให้พอดีสำหรับการสร้างและรักษากล้ามเนื้อ

     ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังเป็นประจำ ควรกินอาหารวันละ 5-6 มื้อ เพื่อให้มีพลังงานมากกว่าค่า RMR หรืออัตราการเผาผลาญพลังงานขณะพัก 500 แคลอรีขึ้นไป จึงจะเพียงพอต่อการสร้างและรักษากล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่ถ้ารู้สึกว่ากล้ามยังขึ้นช้าอยู่ ก็ให้เพิ่มจำนวนแคลอรีมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

- กินโปรตีน 1.5 เท่าของน้ำหนักตัวเป็นอย่างน้อย

     โปรตีนเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นควรกินโปรตีนให้มากเข้าไว้ ซึ่งแหล่งอาหารที่มีโปรตีนได้แก่ ปลา เนื้อ ไข่ ถั่ว และอาหารที่ทำจากแป้งโปรตีน หรือจะใช้ตัวช่วยอย่างเวย์โปรตีน นมเวย์โปรตีนก็ได้เช่นกัน

 

- กินคาร์โบไฮเดรตชนิดดีและผักในอาหารทุกมื้อ

     หากกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตไม่ดีเป็นจำนวนมาก เช่น ข้าวขาว เค้ก และขนมปังขาว อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ฉะนั้นควรหันมากินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีอย่าง ควินัว และขนมปังโฮลเกรน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังงานและแร่ธาตุต่างๆ ให้กับร่างกาย เพื่อนำไปสร้างกล้ามเนื้อ ขณะที่การกินผักจะเพิ่มวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายต้องการโดยปราศจากไขมันส่วนเกินอย่างสิ้นเชิง

 

- ทำคาร์ดิโอ แอโรบิก 1 ครั้งต่อสัปดาห์

     การฝึกแบบคาร์ดิโอแอโรบิก จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้คุณสามารถออกกำลังกายได้หนักขึ้นเรื่อยๆ และฟื้นฟูกล้ามเนื้อเร็วขึ้นตามมาด้วย

 

- นอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน

     แม้ว่าร่างกายจะผลิตโกรทฮอร์โมนตลอดทั้งวันอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่เพียงพอต่อการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วงที่คุณนอนหลับนั้น เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่ฮอร์โมนดังกล่าวจะถูกผลิตออกมาจำนวนมาก ขณะที่การอดนอนหรือนอนน้อยจะขัดขวางการสร้างโกรทฮอร์โมนและการซ่อมแซมกล้ามเนื้ออีกด้วย

 

     ใครอยากมีกล้ามโต หุ่นฟิต ลองนำเคล็ดลับดีๆ เหล่านี้ไปใช้ตอนเข้าฟิตเนสกันนะคะ รับรองว่าคุณจะมีรูปร่างที่ดีขึ้นอย่างที่ต้องการแน่นอนค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook

เตรียมตัวอย่างไร เมื่อไปฟิตเนสครั้งแรก

เตรียมตัวอย่างไร เมื่อไปฟิตเนสครั้งแรก

สำหรับมือใหม่ที่กำลังจะไปออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส (Fitness) ครั้งแรก คงมีความวิตกกังวลไม่น้อยว่า ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเล่น เมื่อไปถึงฟิตเนสแล้วก็ไม่รู้จะเล่นอะไร งงงวยกับเครื่องเล่นแต่ละอย่างว่าใช้อย่างไร บทความนี้จะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับมือใหม่ทั้งหลายเองค่ะ 

 

     ฟิตเนส (Fitness) เป็นสถานที่สำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ มีอุปกรณ์และเครื่องเล่นต่าง ๆ ครบครัน ถือเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่รักสุขภาพและต้องการออกกำลังกายนั่นเอง แล้วมือใหม่ควรเริ่มเตรียมตัวในการเข้าฟิตเนสอย่างไร

 

1. ศึกษาข้อมูล

     อันดับแรกสำหรับมือใหม่ทั้งหลาย คือ ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับฟิตเนสให้ละเอียด ดังนี้

  • สถานที่ หากฟิตเนสอยู่ไกลจากบ้านหรือที่ทำงาน จะทำให้คุณไม่อยากเดินทางไปออกกำลังกาย แต่หากอยู่ใกล้ จะทำให้มีกำลังใจในการไปออกกำลังกาย รวมไปถึงหากสถานที่มีความสวยงาม ดูสะอาดสะอ้านจะทำให้น่าออกกำลังยิ่งขึ้น
  • ราคา ควรพิจารณาถึงเรื่องของราคาให้ดีว่าแบบไหนที่คุ้มค่ากับการออกกำลังกายของคุณ เพราะมีทั้งแบบรายครั้ง รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี บางที่ก็ค่าสมาชิกถูก บางที่ก็แพง ต้องลองเทียบราคากันดูกับความคุ้มค่า
  • อุปกรณ์และเครื่องเล่นต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณา ควรดูว่าเครื่องเล่นยังอยู่ในสภาพดีอยู่หรือไม่ มีให้เลือกหลากหลายหรือเปล่า ตรงกับความต้องการของคุณไหม
  • เทรนเนอร์ บางครั้งการที่เราไปครั้งแรก อาจจะตกใจ เพราะมีอุปกรณ์และเครื่องเล่นต่าง ๆ มากมายและไม่รู้ว่าจะเล่นหรือใช้งานอย่างไร ซึ่ง เทรนเนอร์ สามารถช่วยของคุณได้แต่ตรงนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะจ้างให้เทรนเนอร์มาช่วยดูแลหรือไม่ ควรพิจารณาดูว่าผู้สอนมีความรู้มากแค่ไหน ลักษณะท่าทางเป็นอย่างไร เพราะไหน ๆ เรากำลังจะเสียเงินแล้ว ควรเลือกให้ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ หรือจะลองศึกษาการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายต่าง ๆ จากคลิปในยูทูป ก็นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี

 

2. เตรียมของใช้

     การไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสนั้น ในเรื่องของ “ของใช้ส่วนตัว” ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่รู้ว่าฟิตเนสแต่ละแห่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากน้อยขนาดไหน ถึงแม้ฟิตเนสบางแห่งจะมีบริการ แต่ก็อาจจะมีทั้งแบบฟรีและเก็บค่าบริการนะคะ เพราะฉะนั้นแล้วการเตรียมของใช้ส่วนตัวไปเอง จะทำให้คุณสบายใจกว่าแน่นอนค่ะ โดยเริ่มที่

  • ชุดออกกำลังกาย และ เสื้อผ้าสำรอง

     ชุดที่สวมใส่ในการออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ฉะนั้นแล้วควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เนื้อผ้าบางเบา สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป และสำหรับผู้หญิงควรใส่สปอร์ตบราแทนใส่ชุดชั้นในในการออกกำลังกาย เพราะช่วย Support หน้าอกระหว่างออกกำลังกาย ช่วยรักษารูปทรงและเก็บทรงของหน้าอกได้ดี ทำให้สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างคล่องแคล่ว รวมถึงเตรียม เสื้อผ้าสำรอง มาเปลี่ยนหลังออกกำลังกายเสร็จด้วยนะคะ

  • ผ้าขนหนู

     เป็นสิ่งที่ควรเตรียมไปเอง แนะนำให้พกไปอย่างน้อย 2 ผืน ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่มาก โดยผืนแรกนั้นใช้เพื่อเช็ดทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนเล่น เพราะการใช้อุปกรณ์ต่อจากคนอื่น บางครั้งก็มีเชื้อโรคที่อยู่ในเหงื่อติดอยู่ บางครั้งอุปกรณ์ก็อยู่ในสภาพที่ชุ่มเหงื่อเลยทีเดียว ส่วนผืนที่สอง ไว้สำหรับซับเหงื่อตามใบหน้า ขณะออกกำลังกายหรือเช็ดตัวหลังการอาบน้ำ

  • อุปกรณ์ทำความสะอาด

     ควรเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นโฟมล้างหน้า ครีมอาบน้ำ แชมพู โรลออนหรือน้ำหอม รวมถึงเจลทำความสะอาดมือ ควรพกติดกระเป๋าสำหรับเข้าฟิตเนสไว้ค่ะ

  • ขวดน้ำ

     สำหรับคนที่เหงื่อออกมากควรพกขวดน้ำส่วนตัวเอาไว้ดื่มระหว่างการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยการจิบทีละนิด แถมช่วยประหยัดเงิน ไม่ต้องไปหยอดตู้น้ำ และมั่นใจได้ว่าน้ำที่ดื่มเข้าไปเป็นน้ำสะอาด

  • หูฟังและสมาร์ทโฟน

     นับเป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่คนเล่นฟิตเนสควรมี เพราะเสียงเพลงจะทำให้เพลิดเพลินและช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้นค่ะ ลองพกเพลย์ลิสต์เพลงมันส์ และเพลงโปรดติดตัวไปด้วย รับรองว่าการเล่นเครื่องออกกำลังกายในฟิตเนสจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และเพื่อความสะดวกควรใช้หูฟังแบบบลูทูธ จะได้ไม่มีสายมารกรุงรังรบกวน

 

3. เตรียมร่างกายให้พร้อม

     หลังจากที่เตรียมของเรียบร้อยแล้ว คราวนี้มาถึงการเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกกำลังกาย โดยก่อนที่จะออกกำลังกายทุกครั้ง ต้องทำการอบอุ่นร่างกาย (Warm Up) และการยืดกล้ามเนื้อ (Stretching) ก่อนเสมอ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อพร้อมทำงานอย่างเต็มที่และป้องกันอาการบาดเจ็บ

 

     กินอาหารก่อนออกกำลังกายเสมอ เพราะการออกกำลังกายขณะท้องว่างร่างกายจะดึงเอาพลังงานสำรองมาใช้จนหมด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียและไม่สามารถออกแรงได้เต็มที่ ทางที่ดีควรกินอาหารมื้อเล็ก ๆ หรือผลไม้ เพื่อรองท้องประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง และอย่าลืมศึกษาเรื่องกฎกติกามารยาทในการใช้บริการฟิตเนสด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การใช้อุปกรณ์ การเก็บรักษา หรือความสะอาด

 

     เพียงเท่านี้มือใหม่ทั้งหลายก็ออกกำลังกายที่ฟิตเนสกันได้อย่างสบายแล้วใช่ไหมล่ะคะ อย่าลืมเตรียมทุกอย่างไปให้พร้อมและรวบรวมความกล้าที่จะเข้าฟิตเนสกันนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองค่ะหากใครกำลังหาฟิตเนสกันอยู่ ขอแนะนำ “FIT24” ค่ะ เปิดให้บริการฟิตเนสครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง ใครสนใจอย่าลืมแวะเวียนมาออกกำลังกายกันนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก fitmesport