How to สร้าง แรงบันดาลใจ ใน การออกกำลังกาย

Share :

How to สร้าง แรงบันดาลใจ ใน การออกกำลังกาย



เพราะความเหนื่อยล้า จากการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ทำให้ ออกกำลังกาย เป็นศัตรูตัวร้าย ข้ออ้าง และ ขี้เกียจ เราจะรับมือ ปัญหา เหล่านี้อย่างไร และ How to แบบใด ที่ สามารถ สร้าง แรงบันดาลใจ ในการ ออกกำลังกาย

 

1. ชวนเพื่อนสนิท ออกมาขยับร่างกาย

     ถ้า ออกกำลังกาย คนเดียวแล้วมันรู้สึกเหงา ลองหาใครสักคนไป ออกกำลังกาย ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน แฟน หรือคนในครอบครัว จะทำให้ การออกกำลังกาย สนุกขึ้น และมีแรงจูงใจในการไป ออกกำลังกาย อย่างแน่นอน

 

 

2. หยุดเถอะ ข้ออ้างของเธอ

     ไม่มีเวลา ข้ออ้างยอดฮิตของคนไม่อยาก ออกกำลังกาย รวมไปถึงข้ออ้างสารพัดไม่ว่าจะเป็น เหนื่อย จากการทำงาน หมดแรง ไม่รู้วิธีออกกำลังกาย ประจำเดือนมา เลยไม่อยากขยับตัว ข้ออ้างเหล่านี้ต้องตัดทิ้งให้หมด ตัดออกให้ได้ เปลี่ยนมาเป็นคำให้กำลังใจตัวเองว่า ฉันจะสวย จะผอม จะหุ่นดี จะฟิต ท่องคำเหล่านี้ให้ขึ้นใจแทนหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง แล้วคุณจะสามารถไป ออกกำลังกาย ได้โดยปราศจากข้ออ้างมากวนใจอีกต่อไป

 

 

3. ตัดใจ เลือกสิ่งที่ดี

     บางคนต่อให้มี เครื่องออกกำลังกาย ที่บ้านก็ยังขี้เกียจ ออกกำลังกาย อยู่ดี หรือ ต่อให้มี ท่า ออกกำลังกาย ที่ สามารถทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องใช้ อุปกรณ์ออกกำลังกาย ใดๆ ก็ยังไม่ยอมทำอยู่ดี เพราะฉะนั้นการไปสมัคร คอร์สออกกำลังกาย หรือ สมาชิกฟิตเนส ( Fitness ) จะช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายมากขึ้น เพราะต้องเกิดความเสียใจเงินกันบ้างแหละ ไม่ก็อาจจะชอบบรรยากาศดีๆ ของฟิตเนส ( Fitness ) จนทำให้อยากออกกำลังกายยิ่งขึ้น

 

 

4. เป้าหมาย ในการออกกำลังกาย

     ควรมี ตารางการออกกำลังกาย เพื่อให้การออกกำลังกายได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่ต้องทำเป็นประจำ จะทำให้คุณมีวินัย ร่างกายแข็งแรง และมีหุ่นดีแบบที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงก็ได้

 

 

5. สร้าง แรงบันดาลใจ ให้กับตัวเอง

     หากสุดท้ายแล้วคุณยังไม่สามารถที่จะขุดตัวเองออกไปออกกำลังกายได้ คุณควรหาแรงจูงใจดีๆ เช่น หนุ่มหล่อหรือสาวสวยในฟิตเนสที่เห็นแล้วมีกำลังใจอยากจะไปฟิตเนส อยากมีหุ่นดีแบบเขา รวมไปถึงดารา ไอดอลที่หุ่นดีที่สามารถเป็นแรงจูงใจและกำลังใจในการออกกำลังกายของคุณได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณอยากออกกำลังกายเป็นประจำได้ หรือจะเป็นงานวิ่งมาราธอนที่จะมอบเหรียญสวยๆ ให้กับคนที่เข้าเส้นชัยหรือคนที่มีส่วนร่วม หากคุณเป็นคนชอบสะสมสิ่งของอันนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยทีเดียว

 

 

กล้ามเนื้อจ๋า พี่มาแล้ว

เพิ่มการเผาผลาญด้วยการออกกำลังกาย

     วิธีการที่ชัดเจนและเห็นผลได้ในการเพิ่มระดับการเผาผลาญของร่างกายคือการออกกำลังกาย โดยการออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ (Cardio) เพื่อช่วยในการเผาผลาญไขมัน และ การออกกำลังกายแบบ เวทเทรนนิ่ง (weight training) เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และนี่จะเป็นตัวที่กระตุ้นระดับการเผาผลาญพลังงานของเรา

 

 

มือใหม่หัดเล่นเวทเทรนนิ่ง ( weight training )

     หาคนช่วย  สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ๆควรได้รับการแนะนำการใช้เครื่องมือ และ ลักษณะท่าทางการเล่นที่ถูกต้องจากผู้เชียวชาญ  เสียก่อน ซึ่งตามสถานที่ออกกำลังกายมักมีบริการผู้ให้คำแนะนำอยู่แล้ว หรือถ้าหากคุณเล่นเองที่บ้าน แนะนำให้ศึกษาหาข้อมูล และดูวิดีโอการสอนสำหรับผู้เริ่มต้นเสียก่อน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเพื่อให้การเล่นได้ผลตรงจุด

 

      เริ่มจากน้อยๆ เป้าหมายของการใช้แรงต้านส่งผลโดยตรงสู่กล้ามเนื้อ ไม่ควรทำให้ฉีกขาด ดังนั้น ควรเริ่มจากน้ำหนักน้อยๆที่เราสามารถยกได้อย่างสบายๆเสียก่อน เพื่อป้องการอาการบาดเจ็บและสามารถเพิ่มน้ำหนักขึ้นได้เล็กน้อย ถ้ารู้สึกว่าเบาเกินไป ทำท่าละ 12 ครั้ง 3 - 4 เซท โดยท่าที่ทำจะต้องสมบูรณ์ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเล่นน้ำหนักเยอะๆเพื่อโชว์ใคร เอาเท่าที่เรายกได้แบบเน้นๆเป็นพอ

 

     ไปอย่างช้าๆ การยกน้ำหนักขึ้นลงแบบไวๆไม่ได้ผลกับกล้ามเนื้อมากนัก และอาจทำให้คุณบาดเจ็บได้ ใช้วิธีการยกแบบช้าๆเน้นๆ และรู้สึกในทุกๆการยืดและหดของกล้ามเนื้อ โดยการยกในแต่ละครั้งให้นับ 1-5 ช้าๆในใจ ให้ความสำคัญกับความรู้สึกบริเวณกล้ามเนื้อ รู้สึกร้อน แต่ไม่รู้สึกเจ็บ ถ้ามีความรู้สึกเจ็บให้หยุดเล่นทันที

 

     เหนื่อยนักก็พักบ้าง คุณควรหาเวลาพัก 1 วันในขณะการฝึกแบบ เวทเทรนนิ่ง (weight training) เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเพิ่มพละกำลัง และสร้างเสริม ซ่อมแซมกล้ามเนื้อให้คืนกลับมา

 

 

สร้าง กล้ามเนื้อ อย่างไร ไม่ให้กล้ามเนื้อหาย

     ความแข็งแรง และ มวล กล้ามเนื้อ ภายในร่างกาย จะฝ่อลงตามอายุที่มากขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ภาวะกล้ามเนื้อพร่อง ( Sarcopenia ) จะเกิดขึ้นเมื่ออายุ 30 ปี โดยเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ จะค่อย ๆ ลดลง ส่วนใหญ่แล้ว ร่างกายจะสูญเสียกล้ามเนื้อร้อยละ 25 เมื่ออายุ 70 ปี และสูญเสียมวล กล้ามเนื้อ ร้อยละ 25 อีกครั้งเมื่ออายุ 90 ปี

 

     ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ได้ใช้งาน กล้ามเนื้อ และผู้ที่อายุมากขึ้นมีโอกาสสูญเสีย กล้ามเนื้อ ได้เช่นกัน โดยเส้นใย กล้ามเนื้อ ชนิดกระตุกเร็ว ( Fast-Twitch Fibers ) ซึ่งเป็นเส้นใยกล้ามเนื้อสำหรับทำกิจกรรมที่ใช้พลังมหาศาล มีอัตราการสลายตัวมากกว่าเส้นใยกล้ามเนื้อชนิดกระตุกช้า ( Slow-Twitch Fibers )

 

     ภาวะสูญเสียมวล กล้ามเนื้อ ส่งผลต่อร่างกายหลายอย่าง ส่งผลให้ทำกิจกรรมต่างๆ ลำบากขึ้น ทั้งนี้ ยังทำให้ทรงตัวได้ยากเมื่อต้องเคลื่อนไหวไปมา หรือ ยืนนิ่งๆ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บจากการตกที่สูง ผู้ที่กระดูกอ่อนแอ และตกจากที่สูงอาจทำให้กระดูกสะโพก ข้อมือ หรือขาหักได้ ซึ่งนำไปสู่ภาวะอันตรายรุนแรง หรือ ถึงขั้นเสียชีวิต

 

     ส่วนผู้ที่ กล้ามเนื้อ แข็งแรง มีโอกาสเสี่ยงน้อยที่จะได้รับบาดเจ็บร้ายแรง ผู้ที่มี กล้ามเนื้อ แข็งแรงจะลำเลียงออกซิเจน และ สารอาหารจากเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า ทำให้หัวใจไม่บีบตัวมากเมื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมช่วยเพิ่มหน้าที่ นำน้ำตาลจากเลือดเข้าสู่เซลล์ ส่งผลให้รักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ ควบคุมน้ำหนัก การ เพิ่มกล้ามเนื้อ สามารถช่วย เสริมสร้างความแข็งแรง ให้ กล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพ

 

 

 อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

Six pack อยากมีอยากได้ แต่ไม่ง่ายลดน้ำหนัก

รวมเคล็ดลับบังคับตัวเองให้ ออกกำลังกาย



บทความที่น่าสนใจ

ไม่อยากเหนื่อยฟรี อย่าทำสิ่งนี้หลังออกกำลังกาย
เตรียมตัวอย่างไร เมื่อไปฟิตเนสครั้งแรก