เทคนิค การวิ่งบนลู่วิ่ง ออกกำลังกาย ใน ฟิตเนส อย่างไรไม่ให้เหนื่อยง่าย

Share : facebook_share google_share line_share twitter_share messenger_share

เทคนิค การวิ่งบนลู่วิ่ง ออกกำลังกาย ใน ฟิตเนส อย่างไรไม่ให้เหนื่อยง่าย



กระแส การวิ่ง ( Running ) มาแรงมากไม่ว่าจะ วิ่งบนลู่วิ่ง ใน ฟิตเนส ( Fitness ) หรือ ออกไปวิ่งข้างนอก ก็ตามทำให้ผู้คนหันมาวิ่ง ออกกำลังกาย กันมากขึ้น วันนี้เราเลยมาแนะนำ เทคนิค การวิ่งบนลู่วิ่ง ใน ฟิตเนส อย่างไรไม่ให้เหนื่อยง่าย

 

การวิ่ง ( Running ) คือ การเคลื่อนที่บนพื้นดิน ของมนุษย์ หรือ สัตว์ ที่ใช้เท้าเคลื่อนที่ อย่างฉับไว ยังมีความหมายถึง กีฬาของมนุษย์ ที่เป็นการเคลื่อนที่ มีความเร็วในจุดที่ทั้ง 2 เท้าอยู่เหนือพื้นในขณะเดียวกัน ซึ่งแตกต่าง จากการเดิน ตรงที่เท้าหนึ่ง จะต้องสัมผัสพื้น การวิ่งยังมีความเร็ว ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การ จ็อกกิง ( Jogging ) ไปจนถึงการวิ่งเต็มแรง ( Running ) และ การวิ่งนี้ นอกจากเป็นการ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า แล้ว ยังเป็นที่นิยมนำมาใช้ เป็นการ ออกกกำลังกาย และ ยังได้มีการนำ การวิ่ง ( Running ) มาจัดตั้งเป็น กีฬา ชนิดหนึ่งอีกด้วย

 

1. ก่อนเข้า ฟิตเนส ( Fitness ) ควรเช็คสุขภาพให้พร้อม

การเช็คสุขภาพตัวเอง ประเมินความพร้อม ของร่างกาย ให้พร้อมก่อนวิ่ง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับทุกคน ขอแนะนำให้ตรวจเช็ค สุขภาพร่างกาย ของตัวเอง ให้พร้อม เช่น เช็คความคล่องตัวของกล้ามเนื้อ และ ข้อต่อ เช็คสุขภาพเข่า หลัง เอว สะโพก เพื่อให้แน่ใจว่า มีความแข็งแรง และ ไม่เสี่ยง ต่ออาการบาดเจ็บใด ๆ หากสุขภาพพร้อม ร่างกายพร้อม จะทำให้ออก วิ่ง ( Running ) ได้อย่างสบาย ร่างกายไม่เหนื่อยง่าย จนเกินไป

 

2. วอร์มอัพ ( Warm Up ) ก่อนวิ่ง

เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมักจะละเลย ไม่ให้ความสำคัญ แต่จริง ๆ แล้ว การวอร์มอัพ ( Warm Up ) หรือ การอบอุ่นร่างกาย ก่อนวิ่งนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะจะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพ ในการ  วิ่ง ( Running ) ทำให้สามารถ วิ่งได้นาน และ ไกลกว่าเดิม แถมยังช่วยลดความเสี่ยง ที่จะเกิดการบาดเจ็บ ได้อีกด้วย โดยอาจจะเดินเร็วสัก 5-10 นาที ในเบื้องต้น หรือ ลองทำท่า วอร์มอัพ ( Warm Up ) ร่างกายก่อนวิ่ง

 

3. ขยันวิ่ง

หากใครเพิ่งลองวิ่งครั้งแรก เชื่อว่าจะต้องเหนื่อย หอบ และ วิ่ง ( Running ) ได้ไม่นาน เพราะร่างกายยังไม่ชิน กับการออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ ( Cardio ) ด้วยการวิ่งมาก่อน แต่เรายังไม่อยากให้คุณ ถอดใจไปง่าย ๆ อยากให้ตั้งใจวิ่งต่อไป แม้วันนี้จะเหนื่อย พรุ่งนี้ก็เหนื่อยอีก ก็มันเป็นการออกกำลังกายนี่ แต่รู้ไหมว่า ความเหนื่อยเหล่านี้ จะทำให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว และ ทำให้เรา วิ่งได้นานขึ้น แต่เหนื่อยน้อยลงได้ หรือ อึดขึ้นนั่นเอง ดังนั้นอย่าท้อแล้วขยันวิ่งต่อไป อย่างน้อยวิ่งให้ได้วันละ 5-10 นาที ก็ยังดี

 

4. วิ่งสลับเดินเร็ว

ถ้า วิ่ง ( Running ) เต็มฝีเท้าไปได้สักพัก แล้วรู้สึกเหนื่อยเกินไป ลองลดความเร็ว แล้วเปลี่ยนมาเป็น เดินเร็ว ( Walk Faster ) แทน โดยก้าวเดินยาว ๆ แบบเร่งสปีด ให้เร็วกว่าเดินปกติ วิธีนี้จะช่วยป้องกัน ร่างกายไม่ให้เกิด ความตึงเครียด มากเกินไป พอร่างกายเริ่มวิ่งไหว ค่อยเร่งฝีเท้า กลับไปวิ่งปกติดังเดิม

 

5. ฝึกหายใจให้ถูกหลัก

ในขณะที่ วิ่ง ( Running ) ควรหายใจเข้าทางจมูก โดยสูดหายใจเข้า ไปในปอด จนท้องขยาย และ ปล่อยลมหายใจออก พร้อมกันทั้งทางจมูก และ ปาก เพราะการหายใจ ไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิด การจุกเสียด ขณะวิ่งได้

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ออกกำลังกาย เวลาไหน ถึงจะ ดีที่สุด

ท่า ออกกำลังกาย ต้นแขน ให้ กระชับ ไม่หย่อนคล้อย



บทความที่น่าสนใจ

เทคนิคออกกำลังกาย สำหรับ มือใหม่เข้ายิม
7 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไปฟิตเนสมีอะไรบ้าง